บุคลากรและเทคโนโลยีของไดกิ้น: พลังขับเคลื่อนโลกจากประเทศไทย

最新記事やイベント情報はメールマガジンで毎日配信中

บุคลากรและเทคโนโลยีของไดกิ้น: พลังขับเคลื่อนโลกจากประเทศไทย

公開日 2026.01.09 Sponsored

目次

จากประเทศไทยสู่เวทีโลกศูนย์ R&D ท้าทายมาตรฐานระดับโลก
ตัวอย่างการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (R&D Center) ในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย

ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่ก่อตั้งขึ้นในประเทศไทยเมื่อปี 2005 ทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนา (R&D Center) ของภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย โดยรับผิดชอบการออกแบบผลิตภัณฑ์และการพัฒนาสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการและข้อกำหนดมาตรฐานของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาค

ศูนย์วิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ (ที่มาของภาพ: DIT )

ดร. ษมิทธ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายวิจัยและพัฒนาอธิบายว่า “เดิมที ศูนย์วิจัยและพัฒนาของเรามีหน้าที่หลักในการปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์เล็กน้อย (Minor Change) จากผลิตภัณฑ์พื้นฐาน (Base Model) ที่ออกแบบในญี่ปุ่น โดยดัดแปลงรูปทรงหรือเพิ่มคุณสมบัติให้เข้ากับแต่ละภูมิภาค จากนั้นเราก็เริ่มดำเนินการพัฒนา จนสามารถปรับเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ขนานใหญ่ (Model Change)ได้ จนถึงปัจจุบัน DIT ก็สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ตั้งแต่เริ่มต้น โดยมีจุดเริ่มต้นจากประเทศไทยได้แล้ว”

ดร. ษมิทธ์ ให้ข้อมูลว่า ภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียมีลักษณะเฉพาะตัว เช่น สภาพแวดล้อมการใช้ไฟฟ้าที่ไม่เสถียร และสภาพอากาศร้อนชื้น ทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าต้องการมีคุณสมบัติที่แตกต่างออกไป นอกจากนี้ ข้อกำหนดมาตรฐานและคุณสมบัติที่จำเป็นของแต่ละประเทศยังมีความแตกต่างกันอย่างมาก ส่งผลให้จำนวนรุ่นผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศไทยมีจำนวนมากกว่าโรงงานไดกิ้นในภูมิภาคอื่นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งนี้เขากล่าวถึงความภาคภูมิใจว่า “บทบาทของเราคือ การวางรากฐานการผลิตที่มีประสิทธิภาพ โดยการทำโครงสร้างหลักให้เป็นหนึ่งเดียว และการใช้ชิ้นส่วนร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนาสูงสุด ขณะเดียวกันก็ยังสามารถตอบสนองความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละตลาด โดยเรายังมุ่งเน้นการพัฒนาคุณสมบัติที่แตกต่าง โดยการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้ เราไม่ได้มองว่าเครื่องปรับอากาศมีไว้เพื่อทำความเย็นเท่านั้น แต่ยังพยายามเพิ่มคุณค่าใหม่ ๆ เช่น การควบคุมความชื้นและคุณภาพอากาศภายในอาคาร (IAQ – Indoor Air Quality) ซึ่งคำนึงถึงสุขภาพของผู้ใช้งานอีกด้วย”

ท้าทายการรับรองมาตรฐานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง

ในปีนี้ ห้องปฏิบัติการทดสอบความเข้ากันได้ทางแม่เหล็กไฟฟ้า (EMC Testing Laboratory) ภายในศูนย์วิจัยและพัฒนาของเรา ได้รับการรับรอง ‘ความตกลงว่าด้วยกฎระเบียบและการควบคุมสำหรับบริภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็คทรอนิกส์ (EE MRA)’ เป็นแห่งแรกในภูมิภาคอาเซียนและในประเทศไทย ห้องปฏิบัติการ EMC เป็นสถานที่สำหรับวัดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่ปล่อยออกมาจากเครื่องปรับอากาศ เพื่อตรวจสอบว่าคลื่นดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์หรือระบบอื่น ๆ ในอดีต บริษัทจำเป็นต้องส่งเครื่องไปให้หน่วยงานรับรองในประเทศผู้ส่งออกทำการวัดค่า และต้องส่งรายงานไปยังรัฐบาลของประเทศนั้น ๆ แต่ด้วยการได้รับการรับรองครั้งนี้ กระบวนการที่ยุ่งยากดังกล่าวจึงไม่จำเป็นอีกต่อไป และไดกิ้นสามารถดำเนินการตั้งแต่การทดสอบจนถึงการจัดทำรายงานภายในบริษัทเองได้ทั้งหมด ทำให้การพัฒนามีความรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ห้องปฏิบัติการทดสอบ EMC (ที่มาของภาพ: DIT)

ดร. ษมิทธ์ กล่าวถึงเส้นทางการขอการรับรองว่า “เราให้ความสำคัญกับการยกระดับทักษะการวัดผลผ่านการฝึกอบรมในต่างประเทศ ควบคู่ไปกับการติดตั้งอุปกรณ์และเครื่องมือที่ได้มาตรฐานระดับโลก นอกจากนี้ เรายังเตรียมการอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยประสานงานกับสำนักงานใหญ่ของไดกิ้น และหน่วยงานราชการไทย เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนการตรวจสอบอย่างเคร่งครัด”

เขากล่าวอย่างมุ่งมั่นว่า “ก่อนหน้าที่จะได้รับรอง EE MRA ศูนย์ของเรายังเคยได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO (องค์การระหว่างประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน) ของสหรัฐอเมริกา ซึ่งกล่าวกันว่าเป็นมาตรฐานที่ได้รับยากที่สุดในโลก เราจะมุ่งมั่นท้าทายการรับรองมาตรฐานระดับโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือที่ยอมรับได้ในเวทีโลก”

ยกระดับศักยภาพบุคลากรท้องถิ่นไทย ด้วย “การเปลี่ยนทัศนคติ” และ “การเสริมสร้างเทคนิค”

เพื่อให้งานวิจัยและพัฒนามีมาตรฐานระดับโลก ทางหน่วยปฏิบัติการหน้างานได้มุ่งเน้น “การเปลี่ยนทัศนคติและการเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเทคนิคของบุคลากรท้องถิ่นชาวไทย” ดร. ษมิทธ์เน้นย้ำถึงความสำคัญของการพัฒนาบุคลากรควบคู่กันทั้งด้านทัศนคติและด้านเทคนิค โดยกล่าวว่า “ขั้นแรก เราเริ่มต้นจากการสื่อสารความสำคัญของกระบวนการทำงาน โดยการแบ่งปันความผิดพลาดที่เป็นกรณีศึกษาให้แก่บุคลากรหลัก เพื่อให้พวกเขานำไปถ่ายทอดต่อให้กับทีมหน้างาน ในขณะเดียวกัน เราก็เสริมสร้างความรู้ทางเทคนิคผ่านการฝึกอบรมทั้งแบบในห้องเรียน (OFF-JT) และการฝึกปฏิบัติหน้างาน (OJT) รวมถึงการส่งไปฝึกอบรมในต่างประเทศ โดยปรับให้เข้ากับประสบการณ์และระดับความรู้ของพนักงานแต่ละคน”

ด้วยความพยายามดังกล่าว องค์กรได้เติบโตจนถึงจุดที่บุคลากรท้องถิ่นชาวไทยสามารถขับเคลื่อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ได้ด้วยตนเอง ดร. ษมิทธ์ ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ในอนาคตว่า “เราจะยังคงสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลตลาดในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหามาตรฐานการออกแบบที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการยกระดับความน่าเชื่อถือและเพิ่มคุณสมบัติความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของเครื่องปรับอากาศให้สูงยิ่งขึ้น เรามุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้านการพัฒนาในระดับภูมิภาค โดยมีประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง”

จากประเทศไทยสู่เวทีโลก วิศวกรไทยสร้าง “ความสำเร็จครั้งใหญ่” ในต่างแดน
ตัวอย่างการพัฒนาบุคลากร

จากไทยสู่ต่างแดน ขับเคลื่อนการตั้งโรงงานใหม่จนประสบความสำเร็จ

วิศวกรชาวไทยที่เติบโตมาจาก DIT ได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกหลักในการก่อตั้งโรงงานแห่งใหม่ในประเทศอินโดนีเซีย จนนำไปสู่ความสำเร็จอย่างงดงาม คุณบุญทวี คำแหง ประธานบริษัท และคุณชัยวิทย์ ก่อมณี ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป ของ PT Daikin Industries Indonesia ได้เดินทางจาก DIT ประเทศไทยไปประจำการในอินโดนีเซียในฐานะผู้เชี่ยวชาญในปี 2022 ในเวลานั้นพื้นที่โรงงานยังเป็นเพียงพื้นที่ว่างเปล่า คุณบุญทวี ได้เป็นผู้นำในการดำเนินกิจกรรมจำเป็นต่าง ๆ สำหรับการก่อตั้งโรงงาน ตั้งแต่การกำหนดคอนเซปต์โรงงาน การจัดสรรทรัพยากร ไปจนถึงการติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ

ด้านคุณชัยวิทย์ ได้เป็นผู้นำในการนำเข้าเทคโนโลยี โดยประสานงานกับทีมสนับสนุนในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด เขาไม่เพียงแต่รับผิดชอบการออกแบบกระบวนการผลิตตั้งแต่เริ่มต้นเท่านั้น แต่ยังมีส่วนร่วมในการตั้งแผนกทรัพยากรบุคคล เช่น การสรรหาวิศวกรท้องถิ่น โดยโรงงานแห่งนี้ได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการในเดือนธันวาคม ปี 2024 และได้ขยายขนาดองค์กรไปถึงกว่า 1,000 คน ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปี นับตั้งแต่ที่ทั้งสองท่านเดินทางไปประจำการ

คุณบุญทวี เข้าร่วมงานกับ DIT ในปี 1990 และสั่งสมประสบการณ์ในหลากหลายฝ่าย ตั้งแต่ฝ่ายวิศวกรรมการผลิต ไปจนถึงฝ่ายบุคคล ในปี 2017 เขายังเคยเข้าร่วมโครงการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ในประเทศเวียดนามในฐานะรองผู้นำตั้งแต่ขั้นตอนการคัดเลือกพื้นที่จนสร้างโรงงานสำเร็จ ทางด้านคุณชัยวิทย์ เข้าร่วมงานตั้งแต่ปี 2006 และสั่งสมประสบการณ์ในฝ่ายวิศวกรรมการผลิตมาโดยตลอด ในปี 2017 เขาได้ร่วมกับทีมงานญี่ปุ่นในการออกแบบสายการผลิต การคัดเลือกและติดตั้งอุปกรณ์เพื่อสนับสนุนการก่อตั้งโรงงานในเวียดนาม พวกเขาทั้งสองต่างกล่าวว่า “ที่เราประสบความสำเร็จในวันนี้ได้ เป็นเพราะประสบการณ์ในประเทศไทยและเวียดนาม” ทั้งนี้พวกเขายังคงเดินหน้าเผชิญความท้าทายในต่างแดน โดยมุ่งมั่นก้าวข้ามความแตกต่างทางวัฒนธรรมและภาษา

รับรองมาตรฐาน ISO 3 ฉบับ ภายใน 1 ปี

โดยปกติแล้ว การก่อตั้งโรงงานใหม่ในต่างประเทศของไดกิ้นจะดำเนินการโดยชาวญี่ปุ่นเป็นหลัก โดยได้รับความร่วมมือจากบุคลากรท้องถิ่นของประเทศนั้น ๆ แต่การที่วิศวกรชาวไทยสามารถเข้าร่วมและเป็นผู้นำการก่อตั้งโรงงานในอินโดนีเซียในฐานะผู้นำหลักได้นั้นถือเป็น ‘ความสำเร็จครั้งใหญ่’ ที่น่าภาคภูมิใจ

คุณบุญทวี ได้กล่าวย้อนความว่า “ผมได้เรียนรู้จากการทำงานใน DIT ว่า เราสามารถแก้ปัญหาได้จากการพูดคุยเพื่อหาสาเหตุของความเข้าใจที่แตกต่างกัน และสร้างความเข้าใจร่วมกันบนพื้นฐานของหลักการ ‘การบริหารที่ยึดคนเป็นศูนย์กลาง’ ซึ่งเป็นปรัชญาของไดกิ้น ผมรู้สึกว่าการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ก้าวข้ามกำแพงระหว่างพนักงานกับผู้บริหาร จะทำให้ทุกคนสามารถทำงานไปในทิศทางเดียวกันได้”

เมื่อถามถึงวิธีการนำความรู้ดังกล่าวไปใช้ในสภาพแวดล้อมที่มีภาษาและวัฒนธรรมแตกต่างกัน เช่น เวียดนามและอินโดนีเซีย คุณบุญทวีกล่าวถึงวิธีการสอนที่ได้รับการปลูกฝังจากไทยว่า “แนวทางและวิธีการทำงานไม่ว่าสภาพแวดล้อมจะแตกต่างกันแค่ไหน ก็มีพื้นฐานที่เหมือนกัน ในการทำงานผมจะนึกถึงประสบการณ์ตอนที่เป็นผู้สอนงานในประเทศไทย โดยผมพยายามอธิบายไม่เพียงแต่กระบวนการเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเหตุผลเบื้องหลังของกระบวนการนั้นด้วย ผมยึดมั่นในหลักการสอนนี้อย่างมาก” ด้านคุณชัยวิทย์ กล่าวด้วยความมุ่งมั่นว่า “การพัฒนาบุคลากรที่มีความสามารถเป็นสิ่งสำคัญในทุกประเทศ เราพยายามที่จะสร้างสภาพแวดล้อมที่ทำให้พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจในการทำงานร่วมกับไดกิ้น”

นอกจากนี้ คุณบุญทวี ยังเปิดเผยถึงผลลัพธ์ของการประยุกต์ใช้ระบบบริหารจัดการในโรงงานว่า “สิ่งที่จำเป็นสำหรับการก่อตั้งโรงงาน ตั้งแต่การเลือกพื้นที่ไปจนถึงขั้นตอนการจัดทำเอกสารตามกฎหมาย ผมได้เรียนรู้มาจากประเทศไทยทั้งหมด องค์ความรู้เหล่านี้ถูกนำไปใช้จริงในการก่อตั้งโรงงานในต่างประเทศ และด้วยการนำระบบของประเทศไทยมาใช้เป็นต้นแบบโรงงานในอินโดนีเซียได้การรับรอง ISO ทั้ง 3 มาตรฐาน (ISO 9001, 14001, 45001) ภายใน 1 ปีหลังจากเปิด จากประสบการณ์ของผมนี่คือความสำเร็จที่เร็วที่สุด” เขาเผยผลสำเร็จของการถ่ายทอดระบบจัดการคุณภาพ สิ่งแวดล้อม และความปลอดภัยอาชีวอนามัย ซึ่งมีความสำคัญต่อการบริหารโรงงาน

เป็นแบบอย่างที่ดี และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศไทย

คุณบุญทวี กล่าวอย่างหนักแน่นต่อวิสัยทัศน์ในอนาคตว่า “เพื่อที่ DIT จะก้าวหน้าไปอีกขั้นในฐานะฐานปฏิบัติการระดับภูมิภาค เราจะเร่งสร้างกลไกที่ทำให้คนไทยจำนวนมากสามารถไปสร้างความสำเร็จในฐานปฏิบัติการต่างประเทศได้”

ด้านคุณชัยวิทย์ กล่าวว่า “ผมต้องการเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่พนักงานชาวไทย และแสดงให้เห็นว่าประสบการณ์การทำงานในต่างประเทศเป็นโอกาสที่ดีเพียงใด ผมเชื่อว่าประสบการณ์ในต่างประเทศสามารถนำมาประยุกต์ใช้และมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศของเราเองได้ในที่สุด”

กองบรรณาธิการ THAIBIZ
สราวุฒิ อินทนาศักดิ์ / ธนิดา อารีย์การเลิศ / เอริโกะ ชิราอิ

Recommend オススメ記事

Recent 新着記事

Ranking ランキング

TOP

SHARE